Search

พาลูกวัย 10 เดือน เดินทางจาก ฮ่องกง ไป มาเก๊า ด้วยรถบัสข้ามสะพาน Hong Kong-Zhuhai-Macau Bridge

เราเลือกการเดินทางด้วยรถบัสข้ามสะพาน Hong Kong-Zhuhai-Macau Bridge ความยาวสะพานนี้ทั้งหมด 55 กิโลเมตร ค่ะ เส้นทางข้ามไปมาเก๊านี้เพิ่งเปิดได้ไม่นาน และพวกเราก็อยากลองเดินทางข้ามด้วยสะพานนี้ รถบัสใช้เวลาประมาณ 30 นาทีเท่านั้นค่ะ

การเดินทางครั้งนี้ เราเลือกที่จะแพ๊คของให้น้อยที่สุด ก็เลยเอาไปแค่ รถเข็น และ กระเป๋าใหญ่ใส่เสื้อผ้า 1 ใบเท่านั้น นอกนั้นก็ฝากไว้ที่โรงแรม Regal Airport Hotel ที่เราพักที่ฮ่องกง ที่นี่ฝากกระเป๋าไว้ได้ถึง 7 วันเลยทีเดียว

ด้วยความที่สถานีรถบัสข้ามประเทศนี้ ยังใหม่มากๆ ทำให้คนน้อยมากกกก โหลงเหลงสุดๆค่ะ


ระหว่างทางคนจีนที่นั่งอยู่ใกล้ๆกันก็เล่นกับลูกนิดๆหน่อยๆ ทำให้เราได้มีเวลานั่งนิ่งๆบ้าง

การเดินทางด้วยรถบัสแบบนี้ อาจจะขัดใจเด็กวัยนี้อยู่บ้าง เพราะเขาอยากจะเล่น และลงไปคลานเล่น แต่ทำไม่ได้ เพราะอันตราย เทคนิคง่ายๆในเคสนี้ก็คือ ต้องหาของเล่นเตรียมไป หรือเป็นของใช้ที่เล่นได้ อย่างเช่น เรากดน้ำอัดลมกระป๋องไป ก็จะยื้อเวลาได้สัก 10-15 นาที

และถ้าโชคดี มีคนอื่นเล่นกับลูกเราด้วย เราจะเหนื่อยน้อยลงมาก การเดินทางด้วยรถบัสครั้งนี้สนุกดีค่ะ เป็นประสบการณ์ใหม่ๆ และสะพานนี้ก็ใหม่มาก เพิ่งเปิดได้ไม่นานด้วย


ไปถึงสถานีรถบัสฝั่งมาเก๊า ก็จะงงๆนิดนึง เพราะใหม่มาก และคนน้อยมากๆ เราก็เดินวนกันอยู่ 2 รอบเพื่อหารถบัสตรงไปโรงแรม แต่ปรากฎว่าไม่มีขับตรงๆ ต้องนั่งรถบัส ที่ไปส่งที่ท่าเรือ Ferry และหารถบัสโรงแรมแถวท่าเรืออีกต่อนึง ตรงนี้แหละที่ค่อนข้างทุลักทุเล แนะนำให้ pack light จะได้คล่องตัว


หลังจากที่รถบัสที่ไปส่งที่โรงแรมก็ทำการ Check-in ขอบ่นนิดนึงตรงนี้ โรงแรมที่เราพักคือ Studio City โรงแรมใหญ่มาก แต่พนักงานทำเรื่อง Check in ช้ามากกก รอจนลูกหลับ ผ่านไป 45 นาที ลูกตื่นไปแล้ว 5-10 นาที กว่าจะเสร็จ


แต่พอเข้าไปในห้อง ก็รู้สึกโอเค เพราะกว้างขวาง และมีพื้นที่ให้ลูกคลาน และเกาะยืนเล่น พอได้เห็นแบบนี้ก็ชื่นใจหายเหนื่อยเลยค่ะ เด็กวัยนี้สำคัญมากคือต้องมีพื้นที่ให้เขาได้เล่นสนุก มันจะช่วยตัวเราให้ไม่เหนื่อย และลูกก็จะอารมณ์ดีด้วยค่ะ (โดยเฉพาะเด็กที่ซนๆ จะแฮปปี้มาก)

วิวหอไอเฟลปลอมๆ ฮ่าๆ

วิวทั้งตอนกลางวัน ตอนเย็น และกลางคืน ถึงแม้ว่ามันจะปลอมๆ แต่มันก็นั่งมองได้เพลินๆดีค่ะ ลูกก็ชอบมาก เพราะมีอะไรให้มองเยอะแยะเต็มไปหมด


วันแรกที่มาเก๊า

ด้วยความที่เดินทางกันมาเหนื่อย วันแรกก็จะสบายๆ ไม่ได้ไปไหนไกลมาก เดินเล่นแถวๆโรงแรมเพื่อไม่ให้ลูกเหนื่อยเกินไป เพราะที่มาเก๊า โรงแรม Studio City ใหญ่มากกก เดินเล่นๆยังใช้เวลาเกือบ 30 นาทีเลยทีเดียวค่ะ เที่ยวที่มาเก๊าอาจจะแย่นิดหน่อยตรงที่มีผู้คนสูบบุหรี่ค่อนข้างเยอะ อาจจะไม่ค่อย baby friendly สะเท่าไหร่ ต้องคอยหลบหลีก แต่ส่วนมากตามร้านอาหารจะมีเก้าอี้ high chair ให้ ค่อนข้างสะดวกเลยค่ะ

นั่งจิบชา กับขนมที่ lounge ข้างล่างโรงแรม

เค้กอร่อยทุกอย่าง ยกเว้น scone ที่ไม่ได้เรื่องเลย

หลังจากจิบชาและก็พาลูกเดินเล่นนิดหน่อย เดินไปเจอเจ้า T-Rex ลูกชอบมากตื่นเต้น ชี้ใหญ่เลย


วันที่สอง

เราเดินทางไปเที่ยวกันที่ The Venetian Macau ไปถึง โอ้โห คนเยอะมากๆเลยค่ะ เยอะเบียดเสียดไปหมด บรรยากาศข้างในมีเด็กๆเยอะพอสมควร แต่ก็ไม่ได้มีบริเวณพื้นที่ให้เด็กเล่นๆได้เล่นมากนัก หลังจากอยู่ที่นั่นได้ไม่นาน เดินหาซื้อทาร์ตไข่ และซื้อเสื้อผ้าของลูกเพิ่ม ก็รีบกลับเลยค่ะ สู้คนไม่ไหวจริงๆ

ถ่ายรูปมาแค่นี้พอเลยค่ะ คนเยอะมากสู้ไม่ไหวจริงๆ

หลังจากสู้มวลชนใน The Venetian ไม่ไหว ก็กลับมานอนเล่น นั่งเล่น ให้ลูกปีนป่ายเล่นไปเพลินๆค่ะ

ระหว่างที่ลูกเล่นเพลินๆ เราก็เอา Kindle Paperwhite ที่พกมาด้วยขึ้นมาอ่าน เป็นการพักผ่อนที่ดีมากๆเลยค่ะ ลูกก็เล่นไป เราก็คอยมองอยู่ห่างๆ

จุดประสงค์ที่จะไปที่นี่ ก็เพราะ Egg Tart นี่แหละค่ะ อร่อยมากกก รู้สึกกิน 6 ชิ้นก็ไม่พอ ฮ่าๆ


วันที่สาม

นั่งรถบัสจากโรงแรมไป Taipa Village กันค่ะ สนุกมากๆ ลูกชอบมาก ไม่ร้องไห้งอแง หรือร้องไห้อุ้มเลยค่ะ อาจเป็นเพราะมีบรรยากาศที่เป็น outdoor ด้วยความที่ครอบครัวเราชอบกิจกรรม outdoor ด้วย เลยทำให้ยิ่งสนุกไปกันใหญ่

แต่มีความเพลียเดิมๆ ก็คือ เจอนักท่องเที่ยวเดินสูบบุหรี่กันแบบไม่สนป้ายห้ามสูบเลยค่ะ และบังเอิญว่ายังไม่มีตำรวจมาตรวจ เราก็ได้แต่รีบๆเข็นไปให้พ้นๆ ตรงนี้เซ็งมากกก

ตอนที่ซื้อ มี 2 ร้านให้เลือก ระหว่างร้าน local (จำชื่อไม่ได้) กับ KOI เลยเลือก KOI เพราะอยากลองว่าจะอร่อยกว่าที่ไทยไหม สรุป เหมือนกัน จบ!

รถเข็นใหม่ที่ซื้อจาก ฮ่องกง ถูกใจมากๆ ล้อใหญ่ ลุยทุกที่แบบไม่สะดุดเลยค่ะ

ไปเดินเล่นหาอาหารกินกันค่ะ street food เยอะแยะเต็มไปหมด ถ้าแวะชิมจริงๆ ทุกร้านก็คงจะอิ่ม

ไม่รู้ว่าคือเรียกว่าอะไร แต่มันคือเนื้อผัดกับหอมหัวใหญ่ อร่อยมากกก

ได้รูปครอบครัวมา 1 รูป ต้องขอบคุณเสาแถวนั้น ที่ทำหน้าที่เป็นที่ตั้งกล้องให้ อิอิ


ตอนกลางคืนเราไปขึ้นชิงช้าสวรรค์กันค่ะ ซึ่งอยู่ชั้นบนของโรงแรม เนื่องจากว่าได้ตั๋วฟรี ก็เลยไปลองขึ้นกัน ชิงช้าสวรรค์ที่นี่ทำเป็นเลข 8 ไม่ใหญ่มาก ใช้เวลาทั้งหมด 15 นาทีในการชมวิว ถ้าไม่ได้พักที่โรงแรมก็สามารถซื้อตั๋วขึ้นมาได้ค่ะ แต่!...ขอเตือนตรงนี้ก่อน ว่าวิวไม่ได้สวยอะไรมากมาย ขึ้นไปแล้วก็เฉยๆ มันไม่สุด ไม่ว้าว ถ้าเสียเงินคงจะเสียใจ แต่นี่ฟรีก็เฉยๆ ถือสะกว่าเป็นกิจกรรมครอบครัว ฮ่าๆ

ตรงเลข 8 ด้านบนนั้นคือ เป็นชิงช้าสวรรค์นั่นเอง

วิวข้างบนก็ประมาณนี้ ไม่ค่อยมีอะไรเท่าไหร่ และมองไม่ค่อยเห็นมาก เพราะอากาศด้วย, โครงสร้างของชิงช้าสวรรค์ และทำเลที่ไม่ค่อยเห็นอะไรมากนัก

ก่อนจะข้ามไป PARISIAN ก็แวะถ่ายกับป้าย Studio City สักนิด ว่าครั้งนึงเคยมา


เนื่องโรงแรมที่เราพัก Studio City นั้นใกล้กลับ Parisian ก็เลยลองเดินไปดูกันว่า ข้างในจะทำออกมาเป็นยังไง สร้างสะใหญ่โตมาก

ด้านหน้ามี Eiffel Tower เล็กกว่าของจริงครึ่งนึง ตั้งอยู่ คนมาถ่ายรูปกันตรึม ดู fake มากกกแต่ก็ถ่ายรูปออกมาสวยดี แต่พอเข้าข้างใน ก็รู้สึกว่ามันใหญ่ แต่มันไม่มีอะไรน่าสนใจเลยค่ะ เข้าไปไม่ถึง 5 นาที วนออกดีกว่า ไม่ worth เลย

พาลูกมามาเก๊าครั้งแรกด้วยกัน ลูกจะสนุกเป็นพิเศษก็ตรงที่ได้ปีนขอบหน้าต่างดูหอไอเฟลปลอมๆนี่แหละค่ะ ฮ่าๆ

ก่อนกลับก็จะขอชมวิวหอไอเฟลอีกครั้ง วิเดียชอบมาก โดยเฉพาะการปีนขอบหน้าต่างนี้ จากวันแรกที่มาถึง หงายหลังไปครั้งนึง พอวันถัดมา ปีนคล่องมากๆ ทำให้กลับมาบ้าน ตอนนี้ก็จะชอบปีนข้ามสิ่งของ เป็นพัฒนาการอย่างหนึ่งที่ได้ติดกลับมาจากทริปนี้

การมาเที่ยมาเก๊ากับเด็กๆ ส่วนตัวแล้วรู้สึกว่าง่ายๆ ไม่ยากเลยค่ะ ด้วยพื้นที่ที่กว้างกว่าฮ่องกง ทำให้รู้สึกว่า เดินเหินอะไรสะดวกกว่า และชิวกว่ามากๆ

#TravelwithVidya #Macau #TravelwithBaby #เลี้ยงลูกนอกบ้าน #เปลี่ยนที่เลี้ยงลูก #พาลูกเดินทาง

58 views0 comments
  • White Facebook Icon
  • White Instagram Icon

© 2019 by Travel with Vidya | Proudly sponsored by GROOV