Search

[FYI] เทคนิคการเลือกซื้อ “รถเข็น” จากประสบการณ์ของแม่ที่ซื้อรถเข็นมาแล้วถึง 3 คัน!

Updated: Jan 23, 2019


ก่อนอื่นต้องเกริ่นนำก่อนเลยว่า ตอนนี้มีรถเข็น 3 คัน สำหรับลูก 1 คน! บ้าบอมาก แต่มันมีที่มาที่ไปอยู่ว่าทำไมต้องมี 3 คัน!


คันแรก - Combi Handy S


ซื้อคันนี้ตอนที่ยังท้องอยู่ บวกกับวันนั้น ไปเดินเล่นที่ Siam Paragon และมีโปรโมชั่นเมื่อซื้อร่วมกับ Car Seat และจากที่ลองอ่านคร่าวๆ ใครๆต่างก็ชม Combi ว่ามันดี มันโอเค บวกกับตัวเราเอง ลองเข็นแล้ว ก็โอเค ไม่ได้คิดอะไรมาก คิดว่ามันก็คงประมาณนี้ เพราะเอาจริงๆตอนนั้นนึกไม่ออกว่า มันจะเป็นยังไง ก็เลยซื้อ

การใช้งาน Indoor คือดีเลย โดยเฉพาะแรกเกิด เพราะสามารถเข็นแบบหันหน้าลูกเข้าหาเราได้ด้วย แต่พอใช้งานจริง การเข็นแบบนี้ combi ออกมาแบบมาห่วยมาก เพราะการเลี้ยวแบบหันหน้าลูกเข้า รถเข็นจะกลายเป็นเลี้ยวที่ล้อหลัง ทำให้เราเดินเตะมันประจำ เพราะก่ะจังหวะยากมาก เข็นแบบธรรมดาจะสะดวกกว่า แรกเกิดใช้งานได้โอเคระดับนึง แต่พอต้องเอาไปญี่ปุ่น และเข็นบนพื้นขรุขระ โอ้โห ตอนนั้นแทบอยากจะโยนทิ้ง เพราะว่ามันไม่โอเคเลย สะดุดเยอะมากๆ พื้นต่างระดับนิดเดียวก็สะดุดแล้ว และด้วยความที่เป็นพลาสติก มันจะมีเสัยงอี๊ดอ๊าดตลอด เลยทำให้หาข้อมูลเกี่ยวกับรถเข็น และก็เป็นที่มาของรถคันที่ 2!


ข้อดีของรุ่นนี้คือ เข็นหน้าเข้าหาตัวเราได้ แต่ก็อย่างที่เล่าไป ว่าการเลี้ยวออกแบบมาไม่ค่อยดีเท่าไหร่

แค่พื้นระดับนี้ ตัวรถเข็นก็สั่นมากๆแล้ว

พาขึ้นรถไฟที่ญี่ปุ่น

เข็นกับพื้นหญ้านี่ จบเลย เหนื่อยมากกกก ต้องใช้พลังดันเยอะมาก ไม่ ok เลย



คันที่สอง - Mountain Buggy Nano


ต่อเนื่องมาจากปัญหาของ Combi ที่เวลาใช้งาน Outdoor มันไม่โอเค ก็เลยปิ๊งไอเดีย อยากได้ที่แข็งแรง และพับได้เล็กกว่าเดิม ก็เลยศึกษา ตอนนั้นหาข้อมูลเปรียบเทียบระหว่าง Babyzen Yoyo+ กับ Mountain Buggy Nano เลือกยากมากๆ แต่มาดูละเอียดๆแล้ว ลูกสาวเราค่อนข้างตัวใหญ่ และสูง ดูจากเบาะแล้ว Babyzen Yoyo+ อาจจะไม่ค่อยสบาย ก็เลยเลือก Mountain Buggy Nano แทน ยอมสั่งจากตัวแทนจำหน่ายในไทย ซึ่งราคาแพงกว่า original price ถึง 2 เท่า! งงเลย แต่ก็ซื้อๆไป เพราะต้องการใช้งาน และได้เริ่มใช้ตอนลูกอายุ 4 เดือนย่าง 5 เดือน


การใช้งาน Indoor ดีเลย เวลาเข็นไม่มีพลาสติกให้หนวกหู และ feeling ดีกว่า combi มากๆ แต่ปรัปนอนได้ไม่ถึง 180 องศา และไม่มีตัว grab bar มาให้ ต้องซื้อแยกต่างหาก ใช้งานดี happy มา แต่จนกระทั่งถึงทริปที่พาลูกไป New Zealand ช่วงนั้นเขาอายุ 8-9เดือน ได้ใช้งาน Outdoor แบบเต็มๆ คือดีกว่า combi แต่ก็ไม่สุด มันยังมีสะดุดพื้นเยอะมาก และ New Zealand จะเป็นพื้นที่ป่า หาดทราย เยอะมาก Nano คือสู้ไม่ได้เลยล่ะ


ก็เลยนั่งๆมองว่า เอ้ คนที่นี่เขาใช้แบบไหนกันนะ จนกระทั่งได้คำตอบว่า อ๋อ เขาใช้แบบล้อใหญ่! ตอบโจทย์ทั้ง indoor และ outdoor ก็เลยเป็นที่มาของรถคันที่ 3!



อุปกรณ์ full set แบบนี้ ต้องซื้อเพิ่มต่างหากค่ะ ในชุดจะมี grab bar และ food tray


ส่วนตัวคิดว่า ต้องซื้อแผ่นรองนั่งให้ เพราะถ้าเข็นยาวๆ เขาจะนั่งไม่ค่อยสบาย อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับความเรื่องเยอะของเด็กด้วยค่ะ ฮ่าๆ

พอเจอแดดแรงๆ ก็จะบังได้แค่เฉพาะส่วนค่ะ ขึ้นอยู่กับทิศทางของแดดอีก ลำบากก็ตรงต้องคอยดูค่ะ ว่าแดดส่องตรงเข้าหน้าเกินไปไหม

Storm/Rain/Snow cover เวลาคลุมแล้วจะประมาณนี้ค่ะ จะเหมาะกับช่วงที่ใช้ชีวิตอยู่ที่ New Zealand มากกว่าไทยเสียอีก



คันที่ 3 - Mountain Buggy Swift Luxury Collection


หลังจากที่ผิดหวังกับทั้ง 2 รุ่นมาก่อนหน้านี้ คันนี้ก็เลยทำการบ้านหนักมากว่า แบบไหนที่เราใช้งานจริงๆ ก็เลยได้คำตอบที่รุ่น Swift แต่ก็ยังคงเป็นยี่ห้อเดิม เพราะว่า ชอบที่โคงสร้างแข็งแรง ไม่ง่อนแง่น ก็เลยยังคงเชื่อใจแบรนด์นี้อยู่


ปัญหาเริ่มต้นของรุ่นนี้คือ หาซื้อยากมากกก เริ่มแรกเลย ก่ะจะซื้อที่ New Zealand ตั้งแต่ช่วงเดือนพฤศจิกายน เพราะตอนนั้นอยู่ที่ Queenstown พอดี แต่ก็ไม่สะดวกไปซื้อที่ Auckland เพราะมีที่สาขานั้นที่เดียว ก็เลยพับโครงการนี้ไปก่อน จนกลับมาเมืองไทย คิดว่าจะสั่งจากบนเวปไซต์ ก็เจอค่าส่งที่แพงมาก ค่าส่งเท่าๆกับราคารถเลย ก็ต้องพับโครงการไปอีกรอบ


จนกระทั่งล่าสุดนี้ ไปที่ฮ่องกง ลอง search เล่นๆ หาข้อมูลเจอว่ามีขายที่ร้าน Mothercare Hong Kong สาขา Lee Gardens Two เลยตัดสินใจนั่ง Uber แบกลูกไปซื้อเลย ได้ราคามาที่ HKD$2499 เป็นราคา sale ด้วย และแถมเป็นรุ่น Luxury Collection ที่มีลายสวย และของแถมอื่นๆ ดีใจมากกก ปรากฎว่า ได้ใช้งานจริงที่ฮ่องกง ทั้ง Indoor/Outdoor ใช้งานดีมากทั้งคู่ แถมเป็น fully flat bed อีกต่างหาก ลูกนอนหลับสบายเลย ข้อเสียอย่างเดียวที่สัมผัสได้คือ พอพับแล้วขนาดจะใหญ่กว่า Nano แต่เล็กกว่า Combi และมีน้ำหนักหนักที่สุด ในบรรดา 3 รุ่นที่มี แต่ส่วนตัวคิดว่า เป็นเพราะโครงสร้างที่แข็งแรง เลยทำให้หนัก


ล้อใหญ่เข็นสบายมากๆ ทั้ง indoor/outdoor

ความพิเศษของ Luxury Collection นี้คือจะแถม parenting bag มาให้ด้วยค่ะ และจะมีที่แขวนติดรถเข็นไว้ให้เสร็จสรรพ ถูกใจมากๆ


สรุป


Combi Handy S - เบา พับง่าย กันแดดดี กันฝนได้ระดับนึง โครงสร้างง่อนแง่น ล้อไม่ดี และสะดุดพื้นเล็กๆน้อยๆบ่อยมาก เข็นบนหญ้า บนทรายไม่ไหว เหมาะกับเข็นในที่ร่มเท่านั้น


Mountain Buggy Nano - เบา พับง่าย พับได้ขนาดเล็ก นำขึ้นเครื่องบินได้เลย โครงสร้างแข็งแรง แต่หลังคาบังแดดไม่ได้ไม่มาก ถ้าเจอแดดแรง ลมแรง ฝนตกแรง เอาไม่อยู่เลย และล้อเล็ก สะดุดพื้นขรุขระระดับกลาง เข็นบนหญ้าพอไหว บนทรายไม่ได้เลย เหมาะกับเข็นในที่ร่ม และ outdoor แบบ soft เท่านั้น


Mountain Buggy Swift Luxury Collection - ล้อใหญ่ เข็นดีทุกสภาพพื้นผิว โครงสร้างแข็งแรง สามารถเข็นไป jogging กับเราได้ แต่พับได้ไม่เล็ก และมีน้ำหนักมากสุด


สุดท้ายก็อยากแนะนำให้คนที่กำลังจะซื้อรถเข็น ว่าตัวเราเองนั้นมี lifestyle แบบไหน ชอบเดินทาง ชอบกิจกรรม indoor/outdoor ชอบรถใหญ่ๆ หรือชอบแบบกะทัดรัด พอเราค้นพบตัวเองแล้ว ก็แค่เลือกรถที่ reflect กับ lifestyle ของเรา อันนี้แหละ จะทำให้เราเจอรถที่ตอบโจทย์ตัวเรามากที่สุด

ต้องขอบคุณ GROOV.asia สำหรับการ sponsor รถทั้ง 3 คันด้วยค่ะ 😂


#travelwithvidya #เลี้ยงลูกนอกบ้าน #เปลี่ยนที่เลี้ยงลูก

150 views0 comments