Search

พาลูกเดินทางไปต่างประเทศครั้งที่ 2 ในช่วงวัย 4-5 เดือน - Tokyo, Japan




เหมือนเดิมเลยค่ะ รอบนี้ไป โตเกียว อีกครั้ง เหตุผลเพราะธุรกิจ และไปเที่ยวด้วยเหมือนกัน แต่รอบนี้บินกับ Thai Airways - Economy แทน วันนั้นที่บินเป็นเครื่อง Boeing 787 Dreamliner จัดที่นั่งแบบ 3-4-3 เดินทางรอบนี้ต่างจากครั้งแรกเยอะมากๆ และหลายๆองค์ประกอบทำให้เหนื่อยมากขึ้นเยอะเลยค่ะ


เริ่มจากที่นั่งบนเครื่องบิน

ด้วยความที่จองตั๋วกระทันหัน (2วันก่อนเดินทาง) เลยไม่ได้เลือกที่นั่งไป และลืมสนิทไปเลยค่ะ ว่าควรจะเลือก ย้ำอีกครั้ง! ใครที่กำลังจะเดินทางกับเด็กทารก ควรเลือกที่นั่งแบบที่ชอบเลยนะคะ ทีนี้พอไม่ได้เลือกที่นั่ง พนักงานก็จัดให้ตรงแถวหน้าสุด จริงๆก็เหมือนจะดีนะ เพราะจะสามารถติด bassinet ได้ แต่ตัวที่นั่งของการบินไทย แถวหน้าสุด ดันมีกำแพงกั้นขึ้นมาระหว่างที่ (มันคือช่องเอาไว้ใส่หน้าจอทีวี) ซึ่งมันเพลียมากกก สำหรับบิน 6 ชม. เพราะเราต้องนั่งท่าบังคับแบบนั้นไปตลอด เมื่อยสุดๆไปเลย



ยังค่ะ! ความเพลียยังไม่จบเท่านี้ค่ะ! วันนั้นดวงไม่ดี โชคไม่เข้าข้าง หรือการบินไทยขายตั๋วได้ดีมากก็ไม่รู้นะคะ เต็มเลยค่ะ คนเต็มลำ ก็เลยได้นั่งกับคนแปลกหน้า พร้อมกับกำแพงที่ทำขึ้นมาให้คนนั่งอึดอัดเล่นๆ


ความเพลียที่เหลือคือ ลูกไม่นอนใน bassinetเลย! วางปุ๊บหันๆหน้าไปมา แล้วก็จะตื่น อุ้มนอนบนตักก็ไม่ได้ เพราะว่าติดไอกำแพงอีก! ที่ทำได้คืออุ้มเดิน เพื่อให้หลับ ก็เลยแก้ปัญหาด้วยการใส่เป้อุ้ม สรุป flight นั้น เดินเป็นผีบ้าอยู่บนเครื่องบิน วนไปวนมาให้ลูกหลับ! ตัวเราเองไม่ได้นอนเลย และลูกได้นอนน้อยมาก แถมหลับไม่สบายอีกต่างหาก


จริงๆก็เข้าใจได้นะว่าทำไมลูกไม่นอนใน bassinet เพราะว่ามันเล็ก ไม่เหมาะกับเด็กวัยนี้ที่กำลังหัดคว่ำไปคว่ำมาอย่างแรง! และเบาะแข็งมาก ทำยังไงลูกก็ไม่ชอบ ถ้าย้อนกลับไปได้นะ จะเลือกที่นั่งที่ไม่ใช่แถวแรกสุด เพราะอย่างน้อยลูกจะนอนพากบนตักเราได้ ไม่ติดช่องใส่จอทีวีที่ทำมากั้นแบบนั้น, พอลงเครื่องบินมา ก็ได้แต่บ่น ทำไมเครื่องบินมันเฮงซวยแบบนั้น! อยากจะอัพเกรดขากลับก็ไม่ได้อีกนะ! ถึงตรงนี้ ได้แต่ทำใจล่วงหน้าถึงตอนขากลับเลย


แต่พอมาถึงโตเกียว นั่งรถบัสจนมาถึงที่ Hilton Shinjuku ก็ค้นพบความสบาย และรู้สึก relax ขึ้นมาทันที และลูกก็หลับที่โรงแรมนานมาก นานจนตกใจ ฮ่าๆ วิวจากที่พักสวยมากๆ




รอบนี้เราเน้นไปทำงานด้วย เที่ยวบ้างนิดหน่อย ก็เลยสบายๆ ไม่ได้ตึงเครียดมากนัก สถานที่ที่เราไปกันก็เลยมีแต่ที่สบายๆอย่าง Naga-meguro, Daikantama T-Site และเดินเล่นแถวๆ Shinjuku


บรรยากาศในย่าน Daikanyama ชิวสุดๆ

การเดินทางกับเด็กทารกนั้นอย่างที่หลายจะรู้ว่า เราจะเคลื่อนตัวไปแต่ละจุดนั้น ต้องค่อยๆไป เพราะต้องมีพักเบรคระหว่างทาง ต้องให้ลูกได้พัก และเราเองก็ต้องได้พักด้วยเหมือนกัน

`


ช่วงวัย 4-5 เดือนนี้ จะมีทั้งที่แบบสามารถนั่งรถเข็นได้นานขึ้น กับนั่งได้น้อยลง อย่างวิเดียนี่ ให้อุ้มเยอะมากๆ ดีที่ว่าลงทุนซื้อเป้อุ้มแบบดีๆไป เพราะไม่อย่างนั้น จะเหนื่อยมาก และการแบกเด็กทารกไว้ด้านหน้า ทำให้หลังเรารับน้ำหนักเยอะ การเดินไปพักไป คือการบรรเทาที่ดีเลยค่ะ


อีก 1 สถานที่ที่เหมาะกับการพาเด็กวัยนี้ไปก็คือ สวนสาธารณะ เพราะจะมี facilities ต่างๆให้ครบ บรรยากาศดี ไม่มีรถยนต์เยอะ และเด็กๆจะได้เห็นเพื่อนรุ่นๆเดียวกันเพียบเลยค่ะ และที่สำคัญมากก็คือ เรา คนเป็นพ่อแม่ ก็ได้พักผ่อนไปพร้อมๆกัน อยากจะบอกว่า มันดีย์มากกกกจริงๆ


อีก tip นึงที่อยากเล่าก็คือ เวลาพาเด็กทารกไป บางทีก็จะมีเหตุทำให้ต้องเปลี่ยนแพมเพิสกระทันหัน หรือว่าลูกอาจจะงอแงอยากกินนม สิ่งที่คิดว่าน่าจะพกติดตัวไปก็คือ ผ้าผืนใหญ่ๆ บางๆ สัก 1 ผืน ตอนแรกมันจะดูเหมือนว่า หนัก และลำบากพะรุงพะรัง แต่เอาเข้าจริงๆ แค่สิ่งง่ายๆอย่างผ้า มีประโยชน์สารพัดเลย ทั้งบังแดด รองเปลี่ยนผ้าอ้อม คลุมให้นม เอาให้ลูกห่ม เล่นจ๊ะเอ๋ ให้ลูกถือเล่น โอ้ยสารพัดประโยชน์จริงๆค่ะ


เปลี่ยนบรรยากาศ พาทารกเข้าไปเดินในเมืองบ้างค่ะ เราเลือกเดินกันย่าน Shinjuku เพราะว่าใกล้โรงแรม ก่ะว่าถ้ามีปัญหาอะไร กลับโรงแรมเลย

แต่อยากจะบอกไว้นิดนึงถึงการเดินเล่นในย่านคนเมืองแบบนี้ คืออย่างที่รู้กันว่า คนญี่ปุ่นจะสูบบุหรี่กันเยอะมากกก (ก.ไก่ล้านตัว) และสูบหนักหน่วงมาก และมีคนจำนวนไม่น้อยที่สูบกันตามที่สาธารณะ และทิ้งก้นบุหรี่กันเกลื่อน ตรงนี้เป็นจุดที่เราก็เซ็งมาก และทำให้ไม่ค่อยไปเดินในย่านที่คนแน่นๆอย่างนี้เท่าไหร่ เพราะบางคนเขาก็ไม่สนใจเลย ว่าเข็นรถที่มีเด็กทารกนั่งอยู่ แต่บางคนก็สนใจ เดินหลบให้ ครอบครัวเราค่อนข้างซีเรียสเรื่องนี้มาก และเราก็พยายามหลีกเลี่ยงให้ได้มากที่สุด แต่ก็นะ ทางที่ดี ควรจะพาหลบออกจากกลุ่มคนเยอะๆจะดีที่สุดค่ะ นั่นก็คือ เดินทางตามถนนสายหลักๆ ถนนใหญ่ๆพอ ไม่ต้องเดินตามซอกซอยเลยค่ะ เพราะคนสูบบุหรี่เยอะมากๆ


อีกหนึ่งอย่างที่ Shinjuku ไม่เหมาะกับเด็กทารก เพราะว่าตามร้านอาหารนั้นแคบมากกก และจะเปิดให้คนสูบบุหรี่ได้ อันนี้เพลียจริง ทำให้การไปเดินนั้น ไม่ได้กินอะไรเท่าไหร่



อีกสถานที่นึง ที่เราไปในการไปโตเกียวครั้งนี้ก็คือ Odiaba การไปย่านนี้ทำให้ได้เรียนรู้อย่างนึงว่า เออมันต้องสถานที่แบบนี้สิที่เหมาะกับเด็กทารก! ยิ่งตอกย้ำว่า เมื่อคืนที่ไปย่าน Shinjuku มันเหมาะกับวัยรุ่นขึ้นไปจริงๆ


ที่ Odaiba สถานที่กว้างขวาง มีสวนสาธารณะ และมีห้างสรรพสินค้า ที่มีสินค้าของเด็กให้พ่อแม่ได้ช้อปปิ้ง และร้านอาหารเยอะมากๆ


สาเหตุที่เรามาที่นี่ก็เพราะ highlight ของทริปนี้ อยู่ที่ teamLab Borderless นี่แหละ ตอนที่เราไปนั้น เพิ่งเปิดไม่เพียงไม่กี่วันเท่านั้น และบังเอิญเราซื้อตั๋วออนไลน์ ซึ่งเราลงทุนเลื่อนตั๋วเครื่องบิน เพื่อไปที่นี่เลย แต่บอกเลยว่า คุ้มค่ามาก


เข้าไปข้างในนั้นจะ



ข้างในจะแบ่งเป็นห้องๆ แต่ละห้องก็จะมี concept ที่ต่างๆกันไปค่ะ


ห้องนี้คือที่ชอบมากๆ ได้แรงบันดาลใจมากแมงกระพรุน




อย่าง 2 ห้องนี้ เอาหลอดไฟมาแขวน และติดเข้ากับเสาเยอะๆ และแสงไฟจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ สวยมากๆเลยค่ะ เก็บตกบรรยากาศห้องอื่นๆมาให้ชมกันนะคะ



อีกอย่างนึงที่เป็น highlight ของที่นี่เลยคือ ห้องชิมชาค่ะ ข้างในจะเป็น cafe จะมีทั้ง tea และ milk tea ข้างในนี้เรามัวแต่ทึ่งๆกับความสวยงามอยู่ ก็เลยไม่ได้ถ่ายรูปมาเลยค่ะ บวกกับต้อง entertain ลูกด้วย ฮ่าๆ ถือสะว่าไม่เป็นการ spoil ไปแล้วกันนะคะ อยากให้ไปกันลองกันค่ะ ประสบการ์ณที่ดีมากๆ


ที่เที่ยวที่คิดว่าเป็น highlight ของทริปนี้เลยก็คือ Shinjuku Park และ teamLab Borderless สนุกมากๆ และดีงามมาก เหมาะกับการพาเด็กๆไป แต่สำหรับเด็กวัย 4-5 เดือนนี้ พาไปที่ teamLab แรกๆเขาอาจจะตกใจ และกลัวเล็กน้อย เพราะข้างในมืดสนิท และมีแสงไฟวืบวาบตลอด


จบท้ายด้วยภาพนี้ ที่ถ่ายตรงบริเวณ Hall ใหญ่สุด ที่ทาง teamLab เอาขึ้นเป็น highlight ของที่นี่ค่ะ และที่เรามาก็เพราะภาพนี้เลยค่ะ แต่ไม่คิดว่าคนจะเยอะจนไม่มีพื้นที่ถ่ายรูปเลย ฮ่าๆ


หลังจากที่เดินเที่ยวจนค่ำ flight ที่เราบินกลับประมาณ 5 ทุ่ม สภาพตอนนั้นคือเหนื่อยสุดๆ เพราะต้องแบกลูกเยอะมาก พอขึ้นเครื่องบิน แรกๆก็เหมือนจะดี แต่กลายเป็นว่า ขากลับเหนื่อยกว่าขามาสะอีก ด้วยความที่คนเต็มเครื่องบิน และไม่สามารถเดินวนพาลูกนอนได้ ก็ทำให้เราต้องเขย่าเบาๆ เพื่อกล่อมให้หลับ ทีนี้กลายเป็นว่า หยุดเขย่าไม่ได้เลย ตอนนั้นได้แต่ โอ้ย อยากจะโดดหนีลงจากเครื่องบิน ฮ่าๆ


อ่านถึงตรงนี้ อาจจะมีความรู้สึกลังเลว่า มันจะดีเหรอ พาลูกไป แต่เราสามารถตอบด้วยความมั่นใจว่า ดีแน่นอน ถึงแม้ว่าเขาเป็นเด็กทารก แต่ทุกครั้งที่เดินทาง เขายะเรียนรู้อะไรต่างๆบนโลกอีกมากมาย และได้เจอผู้คนที่หลากหลาย พ่อแม่อาจจะต้องเจอกับความเหนื่อยบ้าง แต่เราเชื่อว่า พ่อแม่ทุกคนพอเห็นรอยยิ้มลูก มันก็หายเหนื่อยลงบ้าง แต่ที่สำคัญที่สุด คือเราต้องเป็น ทีมเดียวกัน ทำงานร่วมกัน และเลี้ยงลูกร่วมกัน ทั้งหมดนี้เป็น key สำคัญ ที่เรามั่นใจ และสู้ตาย เพื่อที่จะพาลูกไป explore โลกนี้พร้อมๆกัน

ยิ้มแบบนี้ ท่าทางจะชอบเที่ยวแน่นอน!


ทริปถัดไป เราเดินทางกันช่วงที่ลูกอายุ 8 เดือนย่าง 9 เดือน ช่วงอายุนี้ กลับง่ายกว่าตอน 4-5 เดือนสะอีก ทำให้ปีนี้มีกำลังใจในการจองตั๋วไปแล้วถึง 3 ทริปเลย!


ใครพาลูกไปไหนกันมาบ้าง มาพูดคุยกันนะคะ อยากหาไอเดียสำหรับการพาลูกเที่ยวเหมือนกันค่ะ :)

52 views0 comments
  • White Facebook Icon
  • White Instagram Icon

© 2019 by Travel with Vidya | Proudly sponsored by GROOV